0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      กุขับมิตซู

    • *
    • 548
    • ก็เพียงชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : อีสานใต้
    • ฉายา ชื่อเล่น : เสราะกราว
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สมาชิก ATC no : ยังไ
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • เราลองไปดูกันครับว่า สิ่งที่ควรปฏิบัติ เมื่อเราใช้รถ หรือเมื่อเรามีรถไว้ในครอบครอง ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลยครับ หากเราทำได้

    เพราะจะทำให้เรา ได้ไกล้ชิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรถ เห็น สโลแกนของ new vios ไหมครับ " เจมส์ สั่งได้ คุณก็สั่งได้ " เขาเข้าใจเอามาใช้ ให้พรีเซ็นเตอร์ ช่วยโปรโมท รถได้อย่างดีครับ ( คุณภาพรถ อีกเรื่องน่ะ )

    เพราะจริงๆแล้ว ก็ใช่อย่างที่ เจมส์บอกหละครับ รถเรา เราก็ควรจะคอนโทรล ควบคุมได้
    การควบคุม ไม่ได้หมายถึงเพียงแต่ การควบคุมพวงมาลัย หรือ เปิดปิดประตู น่ะครับ

    มันหมายรวมไปถึง ควบคุมค่าใช้จ่าย ที่จะต้องจ่ายไป กับการดูแล บำรุงรักษาด้วย ถึงจะเรียกได้เต็มปากว่า คุณก็ควบคุมรถยนต์ได้



    เราไปดูกันครับว่า แต่ละอย่างที่ เราน่าจะหัดให้เป็นนิสัย และ หมั่นสังเกตุ จะได้ ควบคุมรถได้ จริงๆ

    เอาตั้งแต่เริ่มใช้รถไปจนจอดรถเลยแล้วกันนะครับ

    1. สร้างนิสัยการตรวจสภาพลมยางด้วยสายตาก่อนใช้รถทุกครั้ง   น้อยคนนะครับที่จะมีนิสัยนี้จนเคยชิน
         ผมเองมาฝึกเอาเมื่อสองปีมานี่เองครับ  ฝึกไปฝึกมากลายเป็นรถตัวเองก็ดู  เวลาเจอรถคนอื่นก็ดูด้วย
         แล้วก็เจอหลาย ๆ ครั้งครับ ที่รถชาวบ้านเค้าลมยางผิดปกติ   บางคนยางแบน แต่ก็ขับโดยที่ไม่รู้เรื่องเลยก็มีครับ
    ตรวจดูด้วยสายตาซะก่อนดีกว่าครับ  ดีกว่าขับไปทั้ง ๆ ที่ลมยางผิดปกติ  อันตรายครับ

    2.   ฝึกนิสัยการสตาร์ทแบบสองจังหวะ  คือให้บิดกุญแจไปจังหวะแรกก่อน  แล้วสังเกตไฟเตือนบนหน้าปัดรถของเรา
    เมื่อไฟเตือนดันหมดและเข็มน้ำมันวิ่งขึ้นไปสุดแล้ว จึงค่อยบิดจังหวะสองเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์
    การทำแบบนี้ จะช่วยให้เราได้ตรวจสอบสิ่งผิดปกติก่อนสตาร์ทเพื่อความปลอดภัย  และยังช่วยให้ระบบของ ecu  พร้อมที่จะทำงานเต็มที่เสียก่อน  ดีกว่าให้เครื่องยนต์สตาร์ทโดยที่ ecu ยังไม่พร้อม ซึ่งอาจจะทำให้ระบบมันเสื่อมหรือรวนในภายหลังได้  ให้เรานึกถึงเวลาที่เราใช้คอมพิวเตอร์นั่นล่ะครับ มันต้องรอให้บูธเสียก่อน จึงพร้อมที่จะทำงาน ecu ก็คือ คอมพิวเตอร์ชนิดนึงเช่นกัน   และวิธีการเช่นนี้ ก็ไม่ได้ทำให้เราเสียเวลาเลยครับ มันแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง

    3.   อุ่นเครื่องยนต์สักนิด ก่อนขับเคลื่อนรถออกไป  หรือหากเร่งรีบ ก็อาจจะให้รถเคลื่อนไปช้า ๆ ก่อน โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งก็ได้ครับ  เดี๋ยวนี้เครื่องยนต์สมัยใหม่ ไม่ต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องนานเหมือนก่อนแล้วครับ  แค่นาทีสองนาที ไม่เกินจากนี้ เครื่องยนต์ก็พร้อมเต็มที่แล้ว  จะช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ไม่ได้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนะครับ  หลาย ๆ ท่านคิดว่าสิ้นเปลืองน้ำมัน  แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ
    การขับออกไปเลยโดยการกดคันเร่ง  เครื่องยนต์จะสึกหรอเร็วขึ้น และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วยครับ 

    4.   ฝึกการใช้วิธีขับเคลื่อนโดยไม่ต้องกดคันเร่ง ในจังหวะที่เหมาะสม  ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มาก ๆเลยครับ  และยังถนอมเครื่องยนต์ไปในขณะเดียวกันด้วย 
    และหากจะใช้วิธีนี้ให้ได้ผลเต็มที่  ก็ควรใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้  ชนิด  PAO เลยครับ เลือกที่เบอร์ 30 นะครับ
    รถจะลื่นไหลมากจะได้กำลังอัดที่เหมาะสมด้วย
    ( ให้ดูในคู่มือด้วยนะครับ ว่าเค้ากำหนดค่าคามหนืดของน้ำมันเครื่องมาที่เท่าไหร่ และรถที่ออกมาจากศูนย์ใช้น้ำมันเครื่องเกรดอะไร ค่าความหนืดเท่าไรครับ )

    5.   ฝึกการแตะเบรกหรือเลียเบรกก่อน สักสองสามครั้ง เพื่อให้รถคันหลังได้เห็นสัญญาณไฟเบรกของเรา
    ซึ่งช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น และถนอมเบรกเราด้วย เพราะรถจะค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงมาก่อนที่จะกดเบรกเต็มที่  ผ้าเบรกก็จะสึกน้อย น้ำมันเบรกก็ไม่ต้องทำงานหนัก  ใช้ร่วมกับข้อ 4 ได้  เช่นขณะขับรถไปแล้วเห็นสัญญาณหรือป้ายเตือนว่าข้างหน้ามีไฟแดง   เราก็ถอนคันเร่ง ปล่อยให้รถไหลไปเอง
    ถ้าเกิดเป็นจังหวะไฟแดงต้องจอดรถ ก็แตะเบรกเบา ๆ ไปก่อน  เป็นต้นครับ  ข้อ 4 และ 5 นี้ ผมเพิ่งฝึกฝนมาเมื่อสองปีที่แล้วเช่นกันครับ  ใหม่ ๆ ลืมประจำ เดี๋ยวนี้ชินแล้วครับ แล้วรู้สึกว่า การขับรถ สนุกได้อารมณ์มากขึ้นด้วย  ที่สำคัญ  ประหยัดน้ำมันมากขึ้นเยอะเลยครับ

    6.   ปิด คอมเพรสเซอร์แอร์  AC.  ก่อนถึงที่หมาย  หรือแม้แต่เวลาขับทางไกล แล้วเราจะแวะปั้มก็เช่นกัน
    จะได้ประโยชน์สองอย่างพร้อมกันคือ   ประหยัดน้ำมันมากขึ้นและรังผึ้งแอร์ไม่สะสมความชื้น

    7. หากขับรถใช้ความเร็วสูงมาสักระยะ  เช่นกรณีขับรถทางไกล  ก่อนจะจอดรถ ไม่ว่าจะถึงที่หมายปลายทาง หรือจะจอดแวะปั้ม   ให้เริ่มใช้ขอ 4   5   6  เป็นลำดับ ให้เป็นนิสัย  และเมื่อจะจอดรถแล้ว  อย่าดับเครื่องในทันทีครับ   ปล่อยให้เครื่องยนต์เดินไปเฉย ๆ ซัก นาทีสองนาที แล้วค่อยดับเครื่อง  ทั้งนี้เพื่อให้เครื่องยนต์ได้ลดความร้อนลงมาซักระดับหนึ่งก่อน  เป็นการลดอุณหภูมิ แบบค่อยเป็นค่อยไป
     การที่เครื่องยนต์มีความร้อนสูงมาก ๆ แล้วเราดับเครื่องยนต์ในทันที  ปั้มน้ำ และพัดลมเครื่องยนต์ จะหยุดการทำงานทันทีเช่นกัน ส่งผลให้ระดับความร้อนของเครื่องยนต์ มีความร้อนค้าง  จากนั้นมันก็จะลดลงมาแบบรวดเร็วเกินไป  ซึ่งเครื่องยนต์จะสึกหรอได้ง่ายขึ้น     ถ้าเราดับเครื่องในทันทีบางทีเราคงเคยได้ยินเสียงเครื่องยนต์มีเสียงดัง แก้ง ๆ ๆ  แต็ก ๆ ๆ นะครับ   :ซึ่งคงจะเป็นเสียงโลหะบางชิ้นส่วน ที่มันขยายและหดตัวอย่างเร็ว
    ผมสันนิษฐานว่างั้นนะครับ  แต่หากใช้วิธีเดินเครื่องไว้ก่อนสักนิด  มักจะไม่ค่อยได้ยินเสียงนี้ครับ
       แต่หากเป็นเสียงที่ดังคล้ายน้ำไหล ซ่า ๆ  อันนั้นเป็นเสียงน้ำยาแอร์ครับ  ซึ่งหากเราใช้วิธีในข้อ 6  บางทีเสียงซ่า ๆ นี้ก็จะพบได้น้อยลงเช่นกันไปทดลองกันดูเองนะครับ

    8.  หากเดินทางไกล  เมื่อจอดรถแวะที่ไหนก็ตาม  ก่อนออกรถเดินทางต่อ  ให้ตรวจลมยางด้วยสายตาทุกครั้ง
    เปิดดูห้องเครื่อง เช็คน้ำมันเบรก  หรือดูสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ด้วยครับ  ก้มดูใต้ท้องด้วย ว่ามีของเหลวเช่นน้ำมัน ,น้ำ ,
    น้ำมันเครื่อง ,น้ำมันเบรก  , น้ำมันเกียร์ ไหลนองพื้นหรือเปล่านะครับ

    9. ฝึกนิสัยให้ใจเย็น  เวลาโมโห อารมณ์เสีย อย่าขับรถครับ อันตรายมากครับ
    เจอใครขับรถกวน ๆ ปล่อยเค้าไปสู้ที่ชอบ ๆ ก็แล้วกัน  เราถอยห่างออกมา  แล้วสวดแผ่เมตตาไปให้จะดีกว่าครับ  หรือหากคิดในมุมบวก  บางทีคน ๆ นั้น ที่อาจจะขับรถเร็ว เร่งรีบ  เค้าอาจจะมีเหตุผลความจำเป็นบางอย่างก็ได้   หากเราตามอารมณ์ไปกับเค้า  ไปโต้ตอบ ไปเอาชนะ  ไม่มีประโยชน์อันใดเลยครับ
    เสี่ยงเปล่า ๆ คิดถึงคนที่เรารัก คนที่รอเราที่บ้าน  ดีกว่าครับ


    10.การแซง  การเข้าโค้ง   มองให้ลึก มองให้ไกล   ถ้าไม่แน่ใจ  ถอยครับ  อย่าใจร้อน
           เข้าโค้งให้ช้า  หมายถึงชะลอรถก่อนเข้าโค้ง เพื่อจับจังหวะเสียก่อน  โค้งบางโค้งเค้าทำเอียงรับโค้งมาไม่ดีนะครับ   แต่พอจับจังหวะได้แล้ว ออกจากโค้งให้เร็ว  หมายถึงกดคันเร่งลงไปเบา ๆเนียน ๆ  ไล่อัตราเร่งขึ้นไป  รถจะเกาะถนนได้ดีขึ้น และออกจากโค้งได้เร็วขึ้นครับ
             การแซง  อย่าใช้วิธีขับไปจ่อท้ายคันหน้าครับ  เพราะเราจะมองไม่เห็นข้างหน้าได้ไกลเท่าที่ควร
    และการเพิ่มอัตราเร่งก็จะทำได้ช้าด้วยครับ  ให้ทิ้งระยะคันหน้า ประมาณ สองช่วงรถเป็นอย่างน้อย
    เมื่อได้จังหวะปลอดภัย  ค่อยกดคันเร่งลงไป เบา ๆ ก็พอครับ  แต่ถ้าอัตราเร่งไม่พอ  ก็กดปุ่ม over drive
    ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีกว่าการคิกดาวน์  นะครับ  เพราะจะได้อัตราเร่งแรงสม่ำเสมอกว่าการคิกดาวน์
    การคิกดาวน์ระบบเกียร์อัตโนมัติ มันก็จะทำงานอัตโนมัติของมัน ซึ่งหากระยะการแซงมันยาว
    เกียร์ก็อาจปรับอัตโนมัติเป็นเกียร์สูงขึ้น  แต่อัตราเร่งจะลดลง  ในขณะที่เรายังแซงไม่พ้นได้ครับ

    11หากเราขับรถไปจอดค้างคืนที่ไหน   ในที่ ๆ เราไม่ค่อยคุ้นเคย   หรือแม้กระทั่งที่บ้านเราเองก็เหอะ
    ก่อนที่จะสตาร์ทรถ  ให้เปิดดูห้องเครื่องก่อนนะครับ  ให้ทำพร้อม ๆ กับข้อ 1 เลย  เปิดดูห้องเครื่องพร้อมกับตรวจลมยางด้วยสายตา   บางทีอาจจะเจอน้องเหมียวนอนอยู่ในห้องเครื่อง  หรืออาจจะเจองู    หนู    เป็นต้น

    12.   ก่อนใช้รถทุกครั้ง  เช็ดกระจกและยางปัดน้ำฝนให้สะอาดครับ  ถึงรถอาจจะยังไม่ได้ล้างก็ไม่เป็นไร
    แต่กระจกควรจะใสสะอาดทุกบาน  เพราะมันมีผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่รวมทั้งอารมณ์ของผู้ขับด้วยครับ


    เรื่องอื่น ๆ ก็มี
    * เรื่องการใช้เบรคมือ  เราควรใช้เมื่อต้องใช้ นะครับ  บางท่านก็มีนิสัยไม่เคยใช้เบรคมือเลย
    ซึ่งมีทั้งผลเสีย ทั้งมีอันตราย หากเราเผลอเรอได้ครับ

    * การถอนคันเร่งหรือชลอความเร็วทันที หากสภาพถนนเปลี่ยนแปลงไป เช่น ขรุขระ ,  เปียกแฉะ ไม่ว่าแฉะน้อยแฉะมาก ฝนตกหรือไม่ตกก็ตาม ,  การจราจรเริ่มหนาแน่น เมื่อเห็นสภาพไกล ๆ ข้างหน้า  เราควรชลอและปรับความเร็วที่เหมาะสมเสียใหม่ครับ ไม่ควรคงความเร็วเดิมไว้ 

    * ฝึกชำเลืองดูหน้าปัดเป็นระยะ ๆ ในขณะขับรถ


    * ฝึกใช้สายตา ในหลาย ๆ ระยะ ทั้งไกล ใกล้ และด้านข้างทั้งสองข้าง  กรณีกลางคืน หากมีไฟรถคันอื่นรบกวน พยายามอย่าให้ตาเราเผลอไปมองไฟนะครับ ฝืนสายตาไปทางอื่น  การมองไฟตรง ๆ จะทำให้ตามีจุดบอดชั่วขณะ

    * อย่าฝืนขับรถถ้ารู้สึกล้า ให้หาที่ปลอดภัย พักก่อนครับ  นิสัยบางคนชอบฝืนนะ  ( ผมเองก็ด้วย )

    เครดิตคุณ namhorm.


    *

      somchai puawijittham

    • *
    • 81
    • ขับรถอารมณ์ดี มีน้ำใจ ถนนแบ่งกันใช้ ปลอดภัยทุกคน
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : รังสิต ปทุมธานี
    • ฉายา ชื่อเล่น : ให้ทาง
    • รุ่นรถ : Attrage GLS CVT
    • สีรถ : สีขาวมุก - White Pearl
  • Publish
  • ขอบคุณมากๆๆ ครับ มีปรโยชน์มากๆ ตอกย้ำแป้าหมายของการเดินทางคือถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ช้าเร็วไม่เป็นไร ปลอดภัยไว้ก่อน ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านขับขี่สนุกปลอดภัยนะครับ :like: :like: :like: :like: :like: :like:
    *

      Oo_พลอยใส_oO

    • *
    • 4
    • Mitsubshi Attrage ก้าวที่เหนือกว่า
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : กรุงเทพ-พัทยา
    • ฉายา ชื่อเล่น : Oo_พลอยใส_oO
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สีรถ : สีขาวมุก - White Pearl
    *

      AttrageThailand

    • *
    • 1,013
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : ศรีราชา ชลบุรี
    • ฉายา ชื่อเล่น : สองโหล / เล็ก
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สมาชิก ATC no : 1212
    • สีรถ : สีดำ - Pyreness Black
  • Publish
  • :akrey: ขอบคุนค่าาา

    ถ้าถูกใจ และมีประโยชน์ ขอเชิญกด ให้ผู้ตั้งกระทู้ด้วยน่ะครับ  :drink:
    *

      เทียน พระสมุทรเจดีย์

    • *
    • 1,013
    • Mitsubshi Attrage ก้าวที่เหนือกว่า
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ
    • ฉายา ชื่อเล่น : เทียน
    • รุ่นรถ : Attrage GLS CVT
    • สมาชิก ATC no : 0065
    • สีรถ : สีขาวมุก - White Pearl
  • Publish
  • ขอมูลนี้มีประโยชน์มากๆเลยนะครับสำหรับผู้ขับขี่
    และควรปฏิบัติให้เป็นกิจวัติในการขับขี่ด้วยครับ :Onion-s-83:
    รถ#คือสิ่งที่ทุกคนอยากมี
    มีแล้วก็ดูแลเขาดีๆ
  • Publish
  • ขอบคุณมากๆๆ ครับ มีปรโยชน์มากๆ ตอกย้ำแป้าหมายของการเดินทางคือถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ช้าเร็วไม่เป็นไร ปลอดภัยไว้ก่อน ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านขับขี่สนุกปลอดภัยนะครับ :like: :like: :like: :like: :like: :like:

    สุดยอดอีกแล้วครับ
    *

      SURASI.39

    • *
    • 51
    • สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว...ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : โซนภาคตะวันตก
    • ฉายา ชื่อเล่น : จ่ายุทธ ณ เมืองกาญจน์
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สมาชิก ATC no : 0188
    • สีรถ : สีขาวมุก - White Pearl
     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments