0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      unyana

    • *
    • 26
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : bkk
    • ฉายา ชื่อเล่น : unya
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • ประกันต่างกันอย่างไง
    « เมื่อ: ต.ค. 27, 06:44 PM »
    เวลาออกรถใหม่ๆหลายๆคนก็ดีใจอยากจะขับ พาเจ้ารถแสนรักของเราไปแต่ละที่  หลายคนจึงเฝ้าถะนุถนอมขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ รอยเฉี่ยวชนอันไม่พึงประสงค์บนรถ บางคนดูแลดี มีระบบการตรวจเช็คที่ต้องไปเข้าศูนย์เพื่อติดตามการขับขี่ว่าเครื่องยนต์ของเรายังได้มาตรฐาน หรือส่วนไหนควรเพิ่มเติมซ่อมแซม เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิด การเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งนำพามาซึ่งความสูญเสีย ไม่ทางเรา ก็ฝั่งตรงข้าม หรือแม้แต่ คนที่ไม่รู้อะไรบนถนนที่เดินทางไปมา สัญจร เดินริมทา’ก็อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย  ซึ่งถ้าไม่ร้ายแรงเรายังพอหาทางออกร่วมกันได้ แต่ถ้าร้ายแรงขึ้นมาก็อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต หรือนำความโศกเศร้ามาให้ได้ ดังนั้นนอกเหนือการตั้งสติ ขับด้วยความระวังแล้วสิ่งหนึ่งที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ นั้นคือ พรบ รถยนต์ หรือที่เรารู้จักว่าเป็น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ที่ใช้รถยนต์ ให้ขับขี่ปลอดภัยและได้รับการคุ้มครอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันจาก กรมการขนส่งทางบก  ซึ่งเราควรจะดำเนินการต่อทุกปีเพื่อความคุ้มครองต่อเนื่อง และถ้าใครที่ไม่ไปดำเนินการต่อ แบบต่อเนื่องก็เหมือนเราทำผิดกฎหมายว่ารถเราในปีนั้นๆไม่ได้เสียภาษีถูกต้องด้วย รู้ยังแบบนี้แล้ว เราต้องทำการต่อเพื่อในทุกปีเพื่อการคุ้มครองที่ดีของรถเรา และตัวเรา ร่วมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกับคนอื่นด้วย เท่านั้นไม่พอ เราจึงมีการคุ้มครองตัวรถและการซ่อมเคลมประกันรถด้วยในกรณีเกิดการเสียหายจากอุบัติเหตุที่เราไม่ได้ตั้งใจ นั้นคือ การมีประกันภัยรถยนต์ ซึ่งประกันตัวนี้ก็คุ้มครองเฉพาะผู้ที่ใช้รถยนต์ ที่ดูแลเป็นพิเศษเมื่อเราเกิดอุบัติเหตุ หรือค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยที่เป็นสินไหม  ทั้งนี้บริษัทประกันภัยแต่ละบริษัทย่อมมีความแตกต่างกัน แล้วแต่จะให้การดูแลรักษา หรือรวมไปถึงวงเงินการชดเชยแต่ละส่วนเป็นจำนวนเท่าใด ก็อาจจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางบริษัททีทางกำหนดอีกที บางทีอาจมีโปรโมชั่นแบบมาเคลมเร็วภายในกี่นาที หรือจ่ายค่าชดเชยให้สูงจนอาจจะทำให้เราอยากทำประกัน ดังนั้นเราจึงควรหาประกันที่เหมาะกับที่เราต้องการ โดยวันนี้เราจะมาเสนอความแตกต่างของประกันแต่ละประเภทมาฝากกัน
    โดยเริ่มจาก ประกันรถยนต์ชั้น1 ซึ่งเป็นประกันที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่ใช้รถยนต์มือหนึ่ง หรือเพิ่งออกมาใหม่ เพราะด้วยสภาพการใช้งาน ที่อาจจะใหม่ หรือยังไม่ค่อยมีความคล่องตัวมากนัก ประกันประเภทนี้จะช่วยคุ้มครอง ได้ทั้ง ตัวผู้ขับและตัวคู่กรณี หรือในกรณีที่อาจจะไม่มีคู่กรณี เช่น สิ่งของที่เคลื่อนไม่ได้ ต้นไม้ เสาไฟฟ้า ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ อีกทั้งยังออกค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งสองฝ่าย และยังสามารถช่วยดำเนินการซ่อมให้กับคู่กรณีได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นประกันที่ออกมาให้สำหรับ มือใหม่ ที่ยังตื่นเต้น ตื่นตัวกับการใช้รถใช้ถนนอยู่
    ประกันรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันที่เหมาะสำหรับคนที่ใช้รถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เพราะเป็นประกันที่ดูแลคุ้มครองในส่วน คู่กรณีที่อาจจะได้ค่ารักษาพยาบาลและการชดเชยจากการซ่อม แต่ตัวคนขับจะไมได้รับการคุ้มครองนั้นเอง
    ประกัน ชั้น 3 เป็นอีกประกันที่ดีรับความนิยมจากผู้ใช้ที่มองหาจะต่อในปีที่ อาจจะขับรถในระดับที่ชำนาญ เพราะเบี้ยไม่แพง และคุ้มครองตัวคู่กรณีได้ทั้งค่าซ่อมแซมและค่ารักษาพยาบาล แต่กรณีที่คุ้มครองคนขับจะได้ชดเชยในกรณีบาดเจ็บแต่ไม่ได้คุ้มครองตัวรถ เราต้องหาเงินออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง



     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments