0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      unyana

    • *
    • 18
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : bkk
    • ฉายา ชื่อเล่น : unya
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • ไมเนอร์ ฟู๊ด มีเรื่องเล่าหรือตำนานที่เกี่ยวข้องกับทีมผู้บริหารไมเนอร์ ฟู๊ด ซึ่งได้เล่าต่อ ๆ กันมาอย่างภาคภูมิใจในความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเริ่มจากเสื่อผืน หมอนใบก็ว่าได้ เพราะผู้นำหรือนายบิล ไฮเน็กกี้ซึ่งเป็นคนอเมริกันสัญชาติไทยได้เริ่มธุรกิจของตัวเองตั้งแต่วัยเยาว์ ในที่สุดก็กลายเป็น minor food Thailand ที่ยิ่งใหญ่เป็นงาน ไมเนอร์ที่ประกาศตัวต่อสาธารณะชนได้อย่างสมศักดิ์ศรี เป็นธุรกิจที่สร้างงานให้กับคนไทย หรือ minor food job ที่มีตำแหน่งงานที่มากมายรวมทั้งโอกาสในการเติบโตในธุรกิจไปพร้อมกับบริษัท
     ในบรรดาเศรษฐีเมืองไทยที่ติดอันดับประเทศจำนวน 40 ราย มีอยู่คนหนึ่งที่มีประวัติส่วนตัวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นพิเศษก็ว่าได้ เพราะเขาอาจดูว่าไม่ใช่คนไทย แต่มีหน้าตาเป็นฝรั่งแท้ ๆ มีเส้นทางการเติบโตด้วยมันสมองและสองมือเปล่า เขาคนนั้นก็คือ “วิลเลี่ยม อี.ไฮเน็กกี้” หรือ บิล ไฮเน็กกี้ ที่เราจะไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ เนื่องจากเขาเป็นเด็กหนุ่มชาวอเมริกัน ซึ่งในปัจจุบันเขาก็คือ“บิ๊กบอส” ของบริษัทในเครือ ไมเนอร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจมากมายทั้งธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจแฟรนไชส์ โรงแรม เสื้อผ้าและอีกสารพัดธุรกิจ เขาเริ่มต้นสร้างตัวเองและความมั่งคั่งจากถังพลาสติกและไม้ถูพื้นราคาถูก ๆ เมื่อราว ๆ 30-40 ปีที่ผ่านมานี่เอง ตำนานการสร้างตัวสร้างอาชีพของเขาได้รับการยกย่องให้เป็นนักธุรกิจต่างชาติที่ได้รับความสำเร็จสูงสุดของเมืองไทย และได้รับยกย่องว่าเป็นนักการตลาดที่มีความสามารถเฉียบคมมากคนหนึ่งของเอเชีย ตำนานชีวิตของเขาคล้าย ๆ กับการสร้างตัวเองของเจ้าสัวชาวจีนยุคเสื่อผืนหมอนใบ เพียงแต่เขาไม่ได้มาจากประเทศจีน แต่เขามาจากอเมริกา ตำนานเสื่อผืนหมอนใบของเขาจึงเป็นเวอร์ชั่นอเมริกันอย่างที่ได้เล่ามา นายไมเคิล บอลล์ ผู้บริหารโอกิลวี่ ซึ่งเคยเป็นเจ้านายเก่าของเขาบอกว่า ไฮเน็กกี้ มีคุณสมบัติ 5 ประการ คือ ความทะเยอทะยาน เป็นผู้ที่สามารถจับประเด็นได้เก่ง มีความมุ่งมั่น มีความขยันในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทั้งใกล้ และไกลตัว และเป็นผู้ไม่มีหรือปราศจากความกลัวใด ๆ เขาริเริ่มธุรกิจใหม่ ๆ จากความชอบและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ซึ่งเกิดจากนิสัยที่ชอบเรียนรู้ของเขาเองและจากการมองจุดเด่นของแต่ละคน และจุดเด่นของแต่ละอาชีพอยู่เสมอ หลายๆ คนจึงเป็น “ครู” และเป็นแบบอย่างของเขาโดยที่ไม่มีใครรู้มาก่อน แม้แต่ธุรกิจเล็ก ๆ เขาก็ยกให้เป็นครู ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่หรือเล็กไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเขา แต่ความสำคัญอยู่ที่มีจุดขายหรือไม่ เขาได้บอกกับใคร ๆ ว่าการทำธุรกิจก็เหมือนกับการเล่นกีฬา ต้องศึกษา ฝึกซ้อมและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะลงสนามจริง ต้องสอนให้ระมัดระวัง ยิ่งเป็นกีฬาที่มีความอันตรายยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก และเมื่อถึงเวลาเมื่อไหร่คิดจะทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด เมื่อไหร่หยุดเรียนรู้เท่ากับการหยุดการเติบโต หลายครั้งจะเห็นว่าที่เขาลงมือทำอะไรสักอย่างจึงถูกที่ถูกทางอยู่เสมอ เหมือนเมื่อประมาณสามสิบปีที่แล้วที่เขามีความคิดที่จะนำอาหารประเภทพิซซ่าเข้ามาเมืองไทย ซึ่งขณะนั้นคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีใครรู้จัก หรือกินพิซซ่าเป็น แต่เขาไม่มองอย่างนั้นเขากลับมองต่างมุมและเห็นเป็นโอกาสว่านี่คือเวลาที่เหมาะเจาะที่คนไทยจะเริ่มเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกด้วยอาหารจานนี้ จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 18 ปี ร้านพิซซ่าเปิดแล้ว 200 สาขา เขามีบทเรียนของเขาที่ว่าเมื่อพลาดท่าก็จงอย่าย่อท้อ และต้องสู้ต่อไปหรือหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ทำสำเร็จได้มาทำ ถ้าคุณยอมรับความล้มเหลวก็ต้องพัฒนาขึ้นมาใหม่ให้ได้ แต่ไม่ว่าอะไรเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเดินหน้า นี่คือ ปรัชญาของไฮเน็กกี้ นักสู้ ผู้ยิ่งใหญ่ ตำนานเสื่อผืนหมอนใบเวอร์ชั่นอเมริกัน
     /




     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments