0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      chemashop

    • *
    • 2
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : Songkhla
    • ฉายา ชื่อเล่น : Chema
    • รุ่นรถ : Attrage GLX MT
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • สวัสดีครับผมใช้รถคันนี้มาประมาณนึง ได้เก็บข้อมูลหลาย ๆ อย่างของรถ อยากจะมาแชร์กับเพื่อน ๆ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังสนใจครับ

    น้ำมันที่เติม
    เติม E20 และ E85 เท่ากันคืออย่างละ 45% ที่เหลือ 10% คือ เติมผสม+ G91+G95 (มีสถิติแต่ไม่ได้แสดงในตารางนี้)

    หัวฉีดที่ใช้
    หัวฉีดเดิม เติมผสม / E20 / G91 / G95
    หัวฉีด G35 ใช่เติม E85 อย่างเดียว

    ข้อมูลตัวรถ
    ผมจะ Reset AVG B ทุกครั้งที่เติมน้ำมัน แต่จดไว้บ้าง ไม่จดบ้าง เพื่อเปรียบเทียบกับการเติมกลับเข้าไปจริง
    ถ้าเติมเต็มถังคือเติมแค่หัวจ่ายตัด และหยอดเพิ่มให้เต็มหลักสิบบาท
    ยางเดิมติดรถ Bridge Stone EP150 ขนาด 175/65/R15
    ยางใหม่ Michalin Pilot Sport 3 ขนาด 195/50/R15
    โช๊ค H-Drive S-Spec+หัวฉีด G35
    เส้นทางที่ใช้งานส่วนใหญ่จะขับในเมืองหาดใหญ่ และเดินทางระหว่างอำเภอ อย่างละครึ่ง มีเดินทางไกลพอสมควร

    นิสัยการขับขี่ของผม
    ไม่แน่นอนอยู่อารมณ์อย่างเดียวเลย แต่ในภาพรวมจะเป็นแบบนี้
    รถเดิม ๆ ขับ100-110 เดินคันเร่งปกติ
    ผมขับรถแบบใช้งานจริง ไม่ได้เท้าเบา เพื่อให้ตัวเลขออกมาสวย ๆ
    ช่วงล่างเดิม+หัวฉีด G35 รู้สึกถึงรอบที่มาเร็วกว่าเดิม และชอบกดคันเร่งหนักๆ ออกตัวแรง
    โช๊คแต่ง+หัวฉีด G35 ทำให้ผมเป็นคนขับรถเร็ว ชอบถนนที่มีโค้งเยอะ ๆ ความเร็วเดินทางมักจะยืนพื้นที่ 120 จนขึ้นไปถึง 150 เป็นเรื่องปกติ และชอบเปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูง ๆ เสมอ อยู่ในช่วง 3000-3500 รอบ
    โช๊ตแต่ง+หัวฉีดเดิม (ล่าสุด) พึ่งรู้ตัวว่าเมื่อก่อนเข้าเกียร์รอบสูง สงสัยเป็นเพราะกว่าจะถึงความเร็วที่เปลี่ยนประจำมันใช้เวลานานกว่า ทำให้นึกขึ้นมาได้ เพราะหัวฉีดโน้นรอบมาเร็วกว่า

    ในมุมมองผมหัวฉีดเดิมกับ G35 เลือกแบบไหนดี
    ถ้าเน้นประหยัด ตอนนี้ E20 น่าจะเป็นคำตอบ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ราคาน้ำมัน E85 ถูกกว่า E20 ประมาณ 7-8 บาท ตอนนั้น E85 ประหยัดค่าน้ำมันมากกว่า
    ถ้าชอบขับสนุก เท้าหนัก G35 ขับสนุกกว่าครับ

    H-DRIVE S SPEC กับราคาเกือบ 30000 บาท
    ถ้าอยากได้รถนุ่ม ๆ นั้งสบายแบบเดิม อย่ามาใช้โช๊คแบบนี้ครับ มันไม่นุ่นเหมือนของเดินแน่นอน บางครั้งผมยังโหยหาความนุ่มนวลในแบบเดิมอยู่
    เอาจริง ๆ ถ้าขับบนถนนปกติ มันไม่ต่างจากเดิมเลย ยังจำครั้งแรกที่ขับได้ คือ รู้สึกช่วงล่างมันแน่น กระชับ และไม่ได้แข็งแบบที่ผมเคยกังวล และมันยังเด้งหน่อย ๆ ตอนนี้ไม่รู้สึกแล้วไม่รู้เพราะมันหายแล้ว หรือผมชินแล้วก็ไม่แน่ใจ
    ยกตัวอย่างผมเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนโช๊คนี้ ตอนเดินไปภูเก็ต ช่วงพังงาไปภูเก็ต โค้งจะเยอะ ผมเกลียดโค้งมาก ต้องผ่อนคันเร่งตลอด รถไม่มั่นคง ขับเกิน 120 ต้องเกร็งมือ เริ่มเครียดแล้ว ยิ่งมีลมด้วยจะยื่งเหนื่อ รู้สึก วูบซ้าย วูบขวา
    แต่กลับกันตอนนี้ ผมชอบถนนที่มีโค้งเยอะ เจอโค้งเหยียบคันเร่งใส่ ไม่ต้องผ่อนคันเร่ง รถเลี้ยวตามมือที่เราบังคับ ไม่มีอาการหน้าดื้อเหมือนในรถเดิม ๆ ผมสามารถมุดแซงซ้ายแซงขวาที่ความเร็ว 140 โดยที่ยังรู้สึกเฉย ๆ ไม่เครียด
    ถ้าเป็นรถเดิม ๆ ที่ 140 นี่เกร็งมากแล้ว คุมรถให้วิ่งตรงยังเหนื่อย ไม่ต้องพูดถึงโยกซ้ายขวาเลย
    ส่วนข้อเสียก็มันไม่นุ่มเหมือนเดิม ใช้นานๆ อาจมีเสียงดังและมันอาจจะทำให้คุณขับรถเร็ว เหมือนที่ผมเป็น

    ข้างล่างนี้เป็นลิ้งการเติมน้ำมันเต็ม ๆ ครับ ดูผ่านเว็บ google drive นะครับข้อมูลเยอะ
    https://docs.google.com/spreadsheets/d/1qNuCjNnLKV5oA7m2ubsGDB5LgB6aYKXmGBUI6WlvPEU/pubhtml?gid=0&single=true


    ปล. Sheet นี้ผมดัดแปลงมาจากไฟล์ของพี่คนนึงในเว็บ Lancer EX ครับ ขอบคุณเค้ามา ณ ที่นี้ด้วย
    ปล. 2 ผมหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจนะครับ ทั้งอัตราการกินน้ำมันในชีวิตจริง หัวฉีด หรือ โช๊คแต่ง
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธ.ค. 19, 12:56 AM โดย chemashop »


     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments