0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      AttrageThailand

    • *
    • 1,013
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : ศรีราชา ชลบุรี
    • ฉายา ชื่อเล่น : สองโหล / เล็ก
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สมาชิก ATC no : 1212
    • สีรถ : สีดำ - Pyreness Black
  • Publish
  •    หลายๆคน น่าจะมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ว่าจริงๆ แล้วเมื่อใด จึงควรเปลี่ยน เพราะเท่าที่ผมทราบ จากการบอกต่อๆกันมา จนกลายเป็นความเชื่อกันทั่วไป ว่ายางรถยนต์ใช้ได้ 2 หรือ 3 ปี หรือ 4-5 หมื่นกิโลเมตร หรือ 2 ปี ยางรถยนต์ก็จะหมดหมดอายุแล้วน่ะ  มันเร็วขนาดนั้นจริงหรือ ???

       สำหรับอายุการใช้งานของยาง  ถ้าจะให้ระบุระยะทางเป็นเลขกิโลเมตรนั้น   คงจะไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดเพราะมีหลายๆปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานของยาง ไม่ว่าจะเป็น  ความเร็ว ความดันลมยาง สภาพผิวถนน อุณหภูมิสภาพอากาศ ระบบช่วงล่างรถยนต์และศูนย์ล้อ รวมไปถึงการหยุดรถและการออกรถ เป็นต้น

       ส่วนใหญ่ถ้ายางรถยนต์ได้รับการใช้งานและดูแลอย่างถูกต้องเราจะสามารถใช้ได้จนกระทั่งดอกยางสึกหรอเหลือต่ำสุด 1.6 มิลลิเมตร นึกง่ายๆ ประมาณก้านไม้ขีดแนวนอนนั่นเอง  ซึ่งเราสามารถสังเกตง่ายๆ โดยการดูได้ที่สะพานยาง สะพานยางคือสันนูนที่ร่องของยาง



       ให้มองหาสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมบนไหล่ยางเมื่อเจอแล้ว  ให้มองตรงขึ้นไป ที่หน้ายาง และมองลึกลงไปที่ร่องดอกยาง ก็จะพบสันนูนที่ร่องยาง ซึ่งเรียกว่า สะพานยางและเมื่อไหร่ที่ดอกยางสึก ถึงสะพานยาง  นั่นแสดงว่ายางหมดอายุการใช้งาน ก็ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ได้ทันที

       สรุปว่ายางรถยนต์สามารถใช้ได้จนดอกยางเหลือ ความสูง 1.6 มิลลิเมตร โดยไม่มีกำหนดระยะทางหรือระยะเวลาตายตัว แต่ในช่วงหลังจากเกิน 3 ปี หรือ 50,000 กม ให้ดูสภาพโดยรวมของยางบ่อยๆ ว่าแตกลายงา ร้าว ปริหรือไม่ แข็งกระด้างจนรับไม่ได้หรือไม่ จึงหาทางเปลี่ยน

       ครับ หวังว่า ทุกๆคนคงพอเห็นแนวทาง ในการเปลี่ยนยางรถยนต์น่ะครับ ยางรถยนต์เส้นใหม่ กันบ้างน่ะ แต่ถ้าหากว่า ไม่ลำบากเงินในกระเป๋าจนเกินไปนัก ก็เปลี่ยนได้ตามใจนึกหละครับ แต่เราก็ควรคำนึงอีกนิดว่า แล้วยางเก่าที่เราเปลี่ยนเร็วเกินไปนั้น มันกลายไปเป็นขยะ ให้โลกเดือดร้อน เร็วเกินไปหรือเปล่า ???



    *

      ทีมาเซ่

    • *
    • 45
    • Mitsubshi Attrage ก้าวที่เหนือกว่า
      • ดูรายละเอียด
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
  • Publish
  • ขำรูปคับ  :^4thx^: :^a6^:
    *

      meaw

    • *
    • 127
    • เรียกเหมียๆเดี๋ยวก็มา
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : พิดโลก
    • ฉายา ชื่อเล่น : เงี๊ยวๆ
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีเงิน - Cool Silver Metallic
    *

      Takorn@Attrage

    • *
    • 21
    • Mitsubshi Attrage ก้าวที่เหนือกว่า
      • ดูรายละเอียด
    • ฉายา ชื่อเล่น : Takorn@Attrage
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีเทาดำ - Eisen Gray Mica
  • Publish
  •  :wanwan10: ได้ความรู้มากก ครับ ของผม ใช้ มา จา 5 ปีละ ยังไม่เปลี่ยนเลย กำลังกังวงอยู่แต่ไม่ค่อยได้ใช้ ไปร้าน บอก ยังไหว อยู่แต่ก็กลัวๆ ต้องกลับไปดูก่อน
    *

      sika

    • *
    • 29
    • Mitsubshi Attrage ก้าวที่เหนือกว่า
      • ดูรายละเอียด
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • :wanwan10: ได้ความรู้มากก ครับ ของผม ใช้ มา จา 5 ปีละ ยังไม่เปลี่ยนเลย กำลังกังวงอยู่แต่ไม่ค่อยได้ใช้ ไปร้าน บอก ยังไหว อยู่แต่ก็กลัวๆ ต้องกลับไปดูก่อน

     :^4thx^: :wanwan17:
  • Topic Author
  • *

      AttrageThailand

    • *
    • 1,013
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : ศรีราชา ชลบุรี
    • ฉายา ชื่อเล่น : สองโหล / เล็ก
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สมาชิก ATC no : 1212
    • สีรถ : สีดำ - Pyreness Black
  • Publish
  • เรื่องยางนี่ตรวจเช็คเรื่อยๆก็ดีครับ

    อาทิตย์ละครั้ง เติมลมยางเองบ้าง จะได้ตรวจสภาพโดยรอบของล้อไปในตัว  :Onion-s-91:
    *

      narn

    • *
    • 95
    • Mitsubshi Attrage ก้าวที่เหนือกว่า
      • ดูรายละเอียด
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • อ้างถึง
       สรุปว่ายางรถยนต์สามารถใช้ได้จนดอกยางเหลือ ความสูง 1.6 มิลลิเมตร โดยไม่มีกำหนดระยะทางหรือระยะเวลาตายตัว แต่ในช่วงหลังจากเกิน 3 ปี หรือ 50,000 กม ให้ดูสภาพโดยรวมของยางบ่อยๆ ว่าแตกลายงา ร้าว ปริหรือไม่ แข็งกระด้างจนรับไม่ได้หรือไม่ จึงหาทางเปลี่ยน

     :Onion-s-113: :Onion-s-83: :^2d^:
    *

      กุขับมิตซู

    • *
    • 548
    • ก็เพียงชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : อีสานใต้
    • ฉายา ชื่อเล่น : เสราะกราว
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สมาชิก ATC no : ยังไ
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • ถึงฤดูกาลท่องเที่ยว ต้องเดินทางกันอีกแล้ว อย่าลืมก้มลงตรวจสอบสภาพยางน่ะครับ

    บวมไหม ฉีกขาดอ่ะป่าว จะได้เดินทางด้วยความราบรื่น
    *

      เล็ก lek

    • *
    • 1,135
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : ศรีราชา ชลบุรี
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • แม้แต่ " ผู้ผลิตยางรถยนต์ " เค้าก็แนะนำว่า ควรเปลี่ยนยางเมื่อ สังเกตุเห็นว่า " สะพานดอกยาง " เริ่มสึกแล้วน่ะ !!!

       เมื่อไหร่จะถึงเวลาเปลี่ยนยาง   
        
    โดยปกติ ถ้าหากยางรถยนต์ได้รับการดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกต้อง เราสามารถใช้งานได้จนกระทั่งดอกยางสึกหรอเหลือต่ำสุด 1.6 มิลลิเมตร สามารถสังเกตง่ายๆได้จาก จุดสามเหลี่ยมเล็กๆ 6 จุดบนไหล่ยางแต่ละด้านเมื่อเจอสัญลักษณ์นี้แล้ว ให้มองตรงขึ้นไป ที่หน้ายาง และมองลึกลงไปที่ร่องดอกยาง ก็จะพบสันนูนที่ร่องยาง ซึ่งเรียกว่า สะพานยางและเมื่อไหร่ที่ดอกยางสึก ไปถึงสะพานยาง นั่นแสดงว่ายางหมดอายุการใช้งาน ก็ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ได้ทันที แต่ถึงแม้ยางไม่หมดอายุแต่เกิดการบวมล่อนขึ้น บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น ที่หน้ายาง หรือ ไหล่ยาง ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเช่นกัน เพราะหากยังใช้ต่อไป ยางอาจแตกระเบิดได้ หรือถ้าเกิดบาดแผลขึ้น โดยแผลนั้นมีความลึกไปถึงโครงสร้างยางภายใน และมีความกว้างของบาดแผลมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผลบริเวณแก้มยาง ห้ามทำการปะซ่อมและนำมาใช้งานเด็ดขาด ควรเปลี่ยนยางใหม่โดยด่วนทันที

    สำหรับท่านที่ต้องการจะทราบถึงอายุการใช้งาน เป็นระยะทางที่วิ่งได้เป็นเลขกิโลเมตรนั้น คงจะไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัด ว่าสมควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่หรือยัง เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการ ที่ทำให้เกิดการสึกหรอของดอกยางของผู้ใช้แต่ละคน ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น การบรรทุกน้ำหนัก ความดันลมยาง ความเร็วในการขับขี่ สภาพผิวถนน อุณหภูมิสภาพอากาศ ระบบช่วงล่างรถยนต์และศูนย์ล้อ รวมไปถึงการหยุดรถและการออกรถ เป็นต้น ทางที่ดีควรหมั่นตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ อย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการดีกว่า ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก

    cr.bridgestone
     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments