0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *
  • Publish
  • Mitsubishi Attrage ขับประหยัดเลาะริมโขง
     
       ทิ้งช่วงหลัง การเปิดตัวเป็นทางการ ได้ประมาณ 1 เดือน บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็จัดการทดสอบอีโคคาร์ซีดานรุ่น แอททราจ สัมผัสวัฒนธรรมพี่น้องชาวอีสาน บนเส้นทางเลาะริมโขง  อุบลราชธานี-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทางรวมประมาณ 300 กิโลเมตร มีทั้งการขับประหยัดในสภาพการใช้งานจริง และการขับใช้งานทั่วไป ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ได้ขับรุ่นรองท๊อป GLS CVT ราคา 530,000 บาท




       การเดินทางเริ่มขึ้นในช่วงสายที่สนามบินดอนเมือง นั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินอุบลราชธานี จากนั้นเดินทางต่อด้วย มิตซูบิชิ แอททราจ จำนวน 8 คัน สำหรับสื่อมวลชน 16 คน มีครบทั้ง 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย GLX เกียร์ธรรมดา, GLX เกียร์อัตโนมัติ, GLS เกียร์อัตโนมัติ และรุ่นท๊อป GLS Ltd เกียร์อัตโนมัติ
     





     
    เกือบ 200 กม. กว่า 20 กม./ลิตร
       หลังทานอาหารกลางวันและเสร็จสิ้นพิธีการ ก็ถึงเวลาออกเดินทาง รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อรู้ว่า ตลอดการเดินทางครั้งนี้จะขับกันแบบขบวนคาราวาน มีรถนำและรถปิดท้าย ส่วนรถในขบวนทั้ง 8 คันก็ขับเรียงตามหมายเลข และมีวิทยุสื่อสารประจำรถทุกคัน จึงตัดความกังวลเรื่องหลงทางไปได้ ก่อนออกเดินทางผมเซ็ต 0 ทั้งระยะทาง และมาตรวัดอัตราสิ้นเปลือง






       เส้นทางในช่วงแรกมีทั้งถนน 4 เลน และ 2 เลน บางช่วงต้องขับผ่านเมืองที่มีสัญญาณไฟจราจร ถ้ารถคันไหนติดไฟแดงก็แจ้งผ่านทางวิทยุสื่อสาร หัวขบวนก็จะลดความเร็วหรือจอดรอ ส่วนช่วงที่เป็นถนน 2 เลนสวนกัน ต้องเร่งแซงรถใหญ่หลายคัน เมื่อรถนำขบวนแซงขึ้นไปได้ก็จะแจ้งว่า ถนนด้านหน้าโล่งแค่ไหน พอจะแซงได้กี่คัน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก ความเร็วที่ใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรเป็นหลัก
     




       มิตซูบิชิ แอททราจ มีระบบไฟแสดงผลการขับแบบประหยัด สัญญาณไฟ ECO สีเขียวจะสว่างขึ้นเมื่อขับอยู่ในช่วงที่มีความประหยัดสูงสุด ถ้าขับแบบเน้นประหยัดจริงๆ เมื่อได้ความเร็วที่ต้องการแล้ว ลองผ่อนคันเร่งอีกนิดโดยที่ความเร็วยังไม่ตก บางครั้งจะพบว่ารอบเครื่องยนต์จะขยับลงไปอีกเล็กน้อย ถ้าเป็นการขับระยะทางไกลๆ แล้วก็จะช่วยลดอัตราสิ้นเปลือง และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้อีกพอสมควร

       การขับทดสอบอัตราสิ้นเปลืองครั้งนี้ ค่อนข้างใกล้เคียงความเป็นจริง เพราะใช้ความเร็วตามกฎหมาย 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ได้ขับคลานๆ เปิดแอร์ใช้งานกันตามสะดวก และมีการเร่งแซงในบางช่วง โดยในการเร่งแซงก็ไม่ใช่ค่อยๆ กดคันเร่งเพิ่มความเร็ว แต่หลายครั้งต้องกดคันเร่งเพื่อคิ๊กดาวน์ เพราะต้องแซงเผื่อเพื่อนคันหลังที่ตามมาด้วย



       จากสนามบินขับไปยังอำเภอเขมราฐ ระยะทางประมาณ 102 กิโลเมตร ถึงจุดแวะพักดื่มกาแฟ ได้อัตราสิ้นเปลืองตามชุดมาตรวัด 5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 20 กิโลเมตรต่อลิตร จากนั้นออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดมุกดาหาร ก่อนเข้าที่พัก โรงแรมริเวอร์ซิตี้ ได้แวะเติมน้ำมันกลับให้เต็มถัง สังเกตว่าเป็นการเติมแค่หัวจ่ายตัด ไม่มีการเขย่า รถแต่ละคันใช้เวลาเติมไม่นาน คันที่ผมขับยังคงอัตราสิ้นเปลือง 20 กิโลเมตรต่อลิตร


     
    ลองสมรรถนะพร้อมสัมผัสวัฒนธรรม
       วันรุ่งขึ้นล้อหมุน 8 โมงเช้าเพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดนครพนม โดยยังคงเดินทางในรูปแบบของคาราวานเพื่อความปลอดภัย ความเร็วที่ใช้ก็เพิ่มจากเมื่อวานไม่มากนัก โดยอยู่ที่ประมาณ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมและเพื่อนที่ขับคู่กัน ลองทดสอบอัตราสิ้นเปลืองต่อ พบว่าแม้จะขับเร็วและคิ๊กดาวน์บ่อยครั้ง อัตราสิ้นเปลืองก็ยังคงอยู่แถวๆ 16 กิโลเมตรต่อลิตร



       เครื่องยนต์ 3A92 แบบเบนซิน 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว 1,193 ซีซี 78 แรงม้า แรงบิด 10.2 กก.-ม. ให้สมรรถนะที่เพียงพอแม้ใช้งานเดินทางไกล อัตราเร่งเริ่มไหลลื่นเมื่อผ่าน 2,500 รอบต่อนาที และมีเกียร์โหมด S ช่วยรักษารอบไม่ให้ตกเมื่อผ่อนคันเร่ง ช่วยให้การเร่งแซงฉับไวขึ้น และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่ไม่มีช่วงรอบตก ช่วยให้อัตราเร่งดีขึ้นอีกพอสมควร ส่วนการขับด้วยความเร็วคงที่ก็ใช้รอบไม่สูง โดยที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้รอบประมาณ 1,900 รอบต่อนาที
     



     
       จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่สนามบินนครพนม ระหว่างทางเป็นถนน 4 เลนเรียบและโล่ง รถนำจึงเพิ่มความเร็วเพื่อให้ได้ทดสอบสมรรถนะกันอีกครั้ง พบว่าระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัตพร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม สามารถรองรับการขับด้วยความเร็วค่อนข้างสูงได้อย่างมั่นใจ ให้ความรู้สึกหนักแน่นกว่าที่คิด เซ็ตช่วงล่างมาค่อนข้างเฟิร์ม ทำให้ขับทางไกลไม่เหนื่อย

       ยางขนาด 185/55/15 อาจจะดูเล็กไปนิด แต่ในการใช้งานทั่วไปแล้วถือว่าเพียงพอ สามารถโยนเข้าโค้งกว้างๆ ด้วยความเร็วสูงกว่าปกติได้อย่างมั่นคง พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าปรับน้ำหนักมาพอเหมาะ ไม่เบาเกินไปเมื่อใช้ความเร็วสูง เด่นสุดน่าจะเป็นระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัม ผมและเพื่อนที่ขับด้วยกันลงความเห็นตรงกันว่ามีแรงเบรกเหลือเฟือ
     


     
       ในรุ่น GLS CVT ให้อุปกรณ์มาตรฐานที่จำเป็นมาครบ ทั้งระบบกุญแจรีโมทพับกระจกข้างอัตโนมัติเมื่อล็อกประตู ปุ่ม Start กระจกข้างปรับไฟฟ้า พวงมาลัยปรับสูง-ต่ำ แน่นอนว่าการตกแต่งไม่หวือหวาแพรวพราว แต่ก็เหมาะสมกับราคา ใช้งานทั่วไปไม่น่าจะขาดความสะดวก



       การเก็บเสียงทำได้ดี ยกเว้นเสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่มชัดเมื่อลากรอบสูง เบาะผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้ ลองย้ายไปนั่งเบาะหลังฝั่งผู้ขับพบว่ามีพื้นที่วางขาเหลือเฟือ ส่วนพื้นที่เหนือศีรษะเหลือประมาณ 1 นิ้ว สำหรับความสูง 170 เซนติเมตร ส่วนที่เก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างกว่า มิราจ อย่างเห็นได้ชัด



       แอททราจ อีโคคาร์ซีดานรุ่นแรกของ มิตซูบิชิ ตอบโจทย์การใช้งานได้ใกล้เคียงกับรถซับคอมแพ็กต์ ทั้งในด้านสมรรถนะและความกว้างขวาง และไม่จำกัดแค่การใช้งานในเมือง รุ่น GLS CVT ราคา 530,000 บาท เหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน •

    ขอบคุณ: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
    เรื่องโดย www.motortrivia.com



    *

      แทมมี่

    • *
    • 215
    • Mitsubshi Attrage ก้าวที่เหนือกว่า
      • ดูรายละเอียด
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีดำ - Pyreness Black
  • Publish
  • Re: Mitsubishi Attrage ขับประหยัดเลาะริมโขง กับ Motor trivia
    « ตอบกลับ #1 เมื่อ: ส.ค. 12, 09:16 PM »
    ขอบคุณข้อมูลดีๆจ้า  :wanwan27: :^8^:
    *

      midnight

    • *
    • 50
      • ดูรายละเอียด
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีเงิน - Cool Silver Metallic
  • Publish
  • Re: Mitsubishi Attrage ขับประหยัดเลาะริมโขง กับ Motor trivia
    « ตอบกลับ #2 เมื่อ: ส.ค. 13, 02:12 PM »
    รูปสวยมากเลย
    ขอบคุณข้อมูลค้าบ
     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments