0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      time

    • *
    • 385
    • คนรัก Mitsubishi Attrage
      • ดูรายละเอียด
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  •     ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อๆ กันมาว่า  สมัยก่อนเทือกเขาภูพานนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มาก  มีสัตว์ป่ามากมายต้นไม้เขียวขจีในป่าที่อุดมสมบูรณ์มีลานหินมากมาย  และมีลานหินลานหนึ่งที่มีความร่มเย็น

        ซึ่งเป็นที่ที่หนุ่มสาวคู่หนึ่งนัดเจอกัน  ความรักของทั้งคู่กำลังบานสะพรั่งและเป็นความรักที่บริสุทธิ์  ความรักของพวกเขาไม่ได้ราบรื่นสวยงามเหมือนถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ  เนื่องมาจากชายหนุ่มผู้เป็นคนรัก  นั้นเกิดมาในครอบครัวที่มาฐานะยากจนมากๆ  แต่เขาก็รักคนรักของเขาด้วยใจที่บริสุทธิ์   ผู้เป็นฝ่ายหญิงก็ไม่เคยรังเกียจหรือดูถูกฝ่ายชายเลย  มีแต่ทวีความรักให้ฝ่ายชายมากขึ้นทุกวัน

       แต่ความรู้สึกของพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ได้คิดเหมือนที่ลูกสาวของตนคิด  เขาจึงอยากได้ลูกเขยรวยและเหมาะสมกับฐานะของตน  พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจึงทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางความรักของลูก  โดยไม่ยอมให้สองคนนั้นได้พบเจอหน้ากันเลย
       แล้วเรื่องเศร้าก็เกิดขึ้น  เมื่อฝ่ายหญิงได้เขียนจดหมายไปให้ฝ่ายชาย โดยฝากไปกับคนใช้ที่บ้าน   เพื่อนัดเจอกันที่ลานหินบนภูเขาที่นัดเจอกันเป็นประจำ  แต่พ่อแม่ฝ่ายหญิงได้กำชับและย้ำกับคนใช้ทุกคนว่า  ถ้าผู้เป็นลูกสาวตนฝากของให้ใครต้องเอามาใ้ห้ตนดูก่อน  ผู้ที่เอามาให้ดูจะได้รับรางวัลอย่างงาม  เมื่อถึงวันเวลาตามที่นัดหมาย ฝ่ายหญิงก็ได้ไปรอตามนัด   และก็รอจนแล้วจนเล่าชายคนรักก็ไม่มา  ฝ่ายหญิงเสียใจมากที่ชายคนรักไม่มาตามนัดจึงได้ตรอมใจตาย  ณ หน้าผาแห่งนั้น
       จนเมื่อหลายวันผ่านไป  ผู้เป็นพ่อแม่รู้สึกเอะใจเหตุใดลูกสาวจึงไม่ยอมกลับบ้าน  จึงส่งคนออกตามหา  และก็พบเพียงร่างไ้ร้วิญญานของลูกสาว    เมื่อชายคนรักรู้ข่าวจึงเสียใจมาก  เขาไปที่หน้าผาแห่งนั้น  แล้วกระโดดหน้าผาตายตามหญิงคนรักไป
        หลายปีผ่านไป  ก็ได้มีพระธุดงค์ผ่านไปแถวนั้นและได้ปักกรดบำเพ็ญภาวนาที่หน้าผาแห่งนั้น  พระธุดงค์เห็นเป็นที่ี่ัเหมาะสมที่จะเป็นวัด  จึงได้ไปบอกบุญแก่ชาวบ้านมาสร้างวัด  และวัดนั้นก็ได้ชื่อว่า  " วัดดานสาวคอย " และปัจจุบันได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ ว่า   " วัดภูพานอุดมธรรม " และเกิดเป็นหมู่บ้านใหม่ขึ้นมา  เรียกว่า   " บ้านดานสาวคอย"

           ดานสาวคอยเป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลนาแก  อำเภอนาแก  จังหวัดนครนพนม  ดานสาวคอยตั้งอยู่ติดเชิงเขาของเทือกเขาภูพาน  เป็ํนหมู่ที่ตั้งชื่อตามตำนานที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันมาช้านาน  " ดาน "  ในที่นี้หมายถึง  หินดินดานหรือลานหินนั้นเอง




    เกี่ยวกับ วัดภูพานอุดมธรรม

       วัดภูพานอุดมธรรม ชื่อเดิมวัดดานสาวคอย ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานหินเรียบ มีต้นไม้เบญจพรรณขึ้นประปราย เมื่อขึ้นถึงลานหินนี้แล้ว สามารถมองเห็นยอดพระธาตุพนม รวมทั้งหนองหารในจังหวัดสกลนครได้

        ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้เนื่องมาจากหนุ่มสาวชาวบ้านสมัยก่อนเวลาจะไปหา ของป่าจะนัดหมายมาคอยกันที่นี่ หรือมาเที่ยวชมความงามกันที่นี่ตลอดเวลา จึงได้ชื่อว่าลานสาวคอย



       มีพระครูอุดมธรรมานุกูล เป็นเจ้าอาวาส โดยวัดแห่งนี้ได้รับคัดเลือกเป็นให้เป็น 1 ในจำนวนวัด 9 แห่ง และถือว่าเป็นแห่งแรกที่ดำเนินก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งในวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชจะเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการ เปิดและสมโภชไหว้พระ-ชมทิวทัศน์ที่ "วัดภูพานอุดมธรรม" ดานสาวคอย-ลานหินเลือด...สู่เส้นทางธรรม"ลานหินดานสาวคอย" บนเทือกเขาภูพานน้อย อ.นาแก จ.นครพนม มีตำนานเล่าขานมากว่า 100 ปี ว่า เคยเป็น "วิมานรัก" ของคนหนุ่มสาวพื้นเมืองในยุคนั้น ที่ใช้เป็นที่นัดพบ และพลอดรักกันระหว่างขึ้นมาหาของป่า ล่าสัตว์ หรือกระทั่งเลี้ยงวัวควายทว่า เมื่อกว่า 30 ปีก่อนหน้านี้ ดานสาวคอยกลับแปรสภาพเป็น "ลานหินเลือด" เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้จัดเป็นพื้นที่สีแดงที่เคยเป็นสมรภูมิระหว่างเจ้า หน้าที่รัฐกับแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)พระครูอุดมธรรมมานุกูล หรือ พระสุนทร อุตตโม เจ้าอาวาสวัดภูพานอุดมธรรม เล่าว่า ด้วยความร่วมมือร่วมใจของภาครัฐและชาวบ้านที่นี่ ที่ต้องการให้ดินแดนที่นี่สงบสุข จึงร่วมใจกันสร้าง "สำนักสงฆ์ภูพานดานสาวคอย" ขึ้น

       กระทั่ง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2528 ก็มีการประดิษฐาน "พระพุทธมหามงคลบพิตรจัตุรทิศประทานพร" อันเป็นสัญลักษณ์ของการยุติการสู้รบเพื่อนำความสงบสุขมาสู่ดินแดนแห่งนี้ ต่อมาสำนักสงฆ์แห่งนี้ได้รับการประกาศให้ เป็น "วัดดานสาวคอยวนาราม" เมื่อปี พ.ศ.2546 และจากนั้นในปี พ.ศ.2547ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัดใหม่ว่า "วัดภูพานอุดมธรรม" พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้เชิญตราสัญลักษณ์เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบมาประดิษฐาน ณ ผ้าทิพย์องค์พระพุทธมหามงคลบพิตรจัตุรทิศประทานพร

       ภายในวัดยังมีการสร้าง "อุทยานพระธาตุประจำวันเกิดจำลอง 7 องค์" ขึ้น ซึ่งในแต่ละปีจะมีประชาชนมาทำบุญเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาที่เน้นการปฏิบัติ โดยจะมีคณะบุคคลต่างๆ ขึ้นมาจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนากันอยู่เสมอ

       บริเวณ ลานหินขนาดใหญ่ยังศาลาการเปรียญอีกแห่งที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่บนหลังคา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้ ภายในห้องโถงของหลังคาพระใหญ่ยังจะได้สักการะพระพุทธรูปหยกขาวขนาดใหญ่ศิลปะ พม่า



       ขณะที่โดยรอบจุดนี้ จะมีลานหิน ซึ่งเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่าง ทั้งแม่น้ำโขงฝั่ง ส.ป.ป.ลาว และองค์พระธาตุพนม ในเขต อ.ธาตุพนม อีกด้วยวัดภูพานอุดมธรรม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล จะมีนักท่องเที่ยวที่รักการ "แสวงบุญ" เดินทางมาเป็นหมู่คณะอย่างต่อเนื่องทั้ง 3 ฤดู

       กิจกรรมที่น่าสนใจภายในวัดแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่ชมความสวยงามของทิวทัศน์เมืองนครพนม ซึ่งนับเป็นวัดที่มีโลเกชั่นสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ และเดินไหว้พระ ธาตุประจำวันเกิด ทั้ง 7 พระธาตุ ที่จำลองนำมาไว้ที่พุทธมณฑลแห่งนี้

       การเดินทาง ห่างจากอำเภอนาแกประมาณ 6 กม. รถยนต์สามารถขึ้นไปถึงบริเวณลานสาวคอยได้วัดภูพานอุดมธรรม ลานสาวคอย ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานหินเรียบ มีต้นไม้เบญจพรรณขึ้นประปราย เมื่อขึ้นถึงลานหินนี้แล้ว สามารถมองเห็นยอดพระธาตุพนม รวมทั้งหนองหานในจังหวัดสกลนครได้เป็นอย่างดี การเดินทางห่างจากอำเภอ นาแกประมาณ 6 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นไปถึง ใครผ่านไปทาง อ.นาแก ลองไปแวะนะครับ ไม่ไกลจากถนนสาย 223"100 รุ่นต่อปี หรือประมาณ 5,000-8,000 คนต่อปี" เป็นตัวเลขโดยประมาณของผู้เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดภูพานอุดมธรรม เลขที่ 97 หมู่ 12 บ้านดานสาวคอย ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม

       นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นไปทำบุญ เมื่อเดินทางถึงตัวอำเภอนาแก ไม่ว่าจะเดินทางมาจาก จ.สกลนคร ราว 50 กิโลเมตร หรือเดินทางมาจาก จ.มุกดาหาร จะมีเส้นทางขึ้นสู่วัดเลี้ยวข้างที่ว่าการอำเภอนาแก มีป้ายบอกชัดเจน ระยะทางราว 8 กิโลเมตร

       ส่วนเส้นทางเป็นถนนคอนกรีตอย่างดี ลัดเลาะจากตีนเขาขึ้นไป สองฟากทางมีต้นไม้น้อยใหญ่รกครึ้ม ดูเขียวขจีสายตา เมื่อถึงลานวัดจะมีลานจอดรถซึ่งเป็นลานหินธรรมชาติรองรับรถนับ 100 คันได้สบายๆ
    จาก นั้นไหว้พระพุทธรูปเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินลัดเลาะลานหินกว้างชมต้นไม้ป่าที่ออกดอกสะพรั่ง ซึ่งมีทั้งดอกไม้ป่าให้ชมกันอย่างจำเริญตาทั้ง 3 ฤดู

    ข้อมูลจาก
    http://www.sawasdeenakhonphanom.com/2458.html
    http://toursmile-thailand.blogspot.com/2011/11/blog-post_6607.html
    https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/188341047847612


    เติบใหญ่ ด้วยหัวใจนักสู้
    *

      กุขับมิตซู

    • *
    • 548
    • ก็เพียงชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : อีสานใต้
    • ฉายา ชื่อเล่น : เสราะกราว
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สมาชิก ATC no : ยังไ
    • สีรถ : สีฟ้า - Cerulean Blue Mica
  • Publish
  • วิวสวยเชียวครับ  :drink:
    *

      AttrageThailand

    • *
    • 1,013
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : ศรีราชา ชลบุรี
    • ฉายา ชื่อเล่น : สองโหล / เล็ก
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สมาชิก ATC no : 1212
    • สีรถ : สีดำ - Pyreness Black
  • Publish
  • อิสานบ้านเฮา ก็มีแหล่งท่องเที่ยว รอให้ไปเยือนหลายที่เหมือนกันแฮะ

    ติดแต่ว่า ดันย้ายมาทำงานที่ต่างถิ่นซ่ะแล้ว  :Onion-s-117:
     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments