0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      Shellon

    • *
    • 2
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : กทม.
    • ฉายา ชื่อเล่น : Shellon
    • รุ่นรถ : ไม่ใช่ Attrage
    • สีรถ : สีดำ - Pyreness Black
  • Publish
  • ขับรถต้องรู้
    « เมื่อ: เม.ย. 08, 10:11 AM »
    ประโยชน์ของน้ำมันเครื่องมีอะไรบ้าง

    1. ช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ อันนี้เป็นประโชยน์หลักของน้ำมันเครื่องเลยก็ว่าได้ โดยน้ำมันเครื่องจะไปสร้างชั้นฟิลม์บางๆ
        เคลือบชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องยนต์เพื่อลดการเสียดสีกันในการทำงานของเครื่องยนต์
    2. ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ โดยเมื่อน้ำมันเครื่องไหลกลับลงสู่อ่างน้ำมันเครื่องก็จะนำพาความร้อนที่สะสมอยู่
        ภายในเครื่องยนต์ลงไปด้วย ซึ่งสามารถช่วยลดความร้อนเครื่องยนต์ได้ในระดับนึง
    3. ช่วยป้องกันการรั่วของกำลังอัด โดยตัวน้ำมันเครื่องนั้นจะเป็นแผ่นฟิลม์ที่เคลือบผนังของกระบอกสูบ
        ทำให้สามารถป้องกันการรั่วไหลของกำลังอัดที่กระบอกสูบได้
    4. ทำหน้าที่ทำความสะอาด ซึ่งตัวน้ำมันเครื่องนั้นจะชะล้างเศษโลหะที่เกิดจากการเสียดสีกัน
        ภายในเครื่องยนต์และนำลงสู่อ่างน้ำมันเครื่องเพื่อป้องกันการอุดตัน
     
     ซึ่งจากประโยชน์ที่กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าตัวน้ำมันเครื่องนั้นมีความสำคัญกับเครื่องยนต์อย่างมาก
     ดังนั้นในการเลือกน้ำมันเครื่องเราต้องดูที่ 3 ส่วนหลักๆนั้นก็คือ

    1.ประเภทของน้ำมันเครื่อง
       - น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา จะมีระยะเวลาการใช้งานประมาณ 4000 กิโลเมตร
       - น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์ จะมีระยะการใช้งานประมาณ 6000 กิโลเมตร
       - น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100 % จะมีระยะการใช้งานประมาณ 10000 กิโลเมตร

    2. เกรดของน้ำมันเครื่อง
             โดยน้ำมันเครื่องแต่ละชนิดจะมีเกรดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะต้องส่งน้ำมันเครื่องของตนเองนั้น
             ไปทดสอบคุณภาพที่สถาบัน AMERICAN PETROLEUM INSTITUTE หรือ API โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่
       - เกรดน้ำมันเครื่องสำหรับสำหรับน้ำมันเบนซิน โดยเกรดน้ำมันเครื่องประเภทนี้ จะมีตัวอักษร S ตามหลัง API
                    และจะนำหน้าเกรดของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะเรียงลำดับจากเกรดที่ต่ำสุด-เกรดที่สูงสุด จาก A-Z
                    เช่นน้ำมันเครื่องตัวนี้ได้เกรด L ตัวอักษรข้างกระป๋องก็จะเขียนว่า API SL เป็นต้น

       - เกรดน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล โดยเกรดน้ำมันเครื่องประเภทนี้ จะมีตัวอักษร C ตามหลัง API
                     และจะนำหน้าเกรดของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะเรียงลำดับจากเกรดที่ต่ำสุด-เกรดที่สูงสุด จาก A-Z
          เช่นน้ำมันเครื่องตัวนี้ได้เกรด I ตัวอักษรข้างกระป๋องก็จะเขียนว่า API CI-6 ซึ่งตัวเลข 6
                    ที่ตามหลังนั้นจะบอกว่าน้ำมันเครื่องชนิดนี้เหมาะกับเครื่องยนต์ 6 สูบ เป็นต้น

    3. ความหนืดของน้ำมันเครื่อง
       โดยค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องนั้นจะถูกทดสอบโดยสถาบัน สมาคมวิศวกรรมยานยนต์หรือ
                   SAE (SOCIETY OF AUTOMOTIVE ENGINEERS) โดยค่าความหนืดนั้นจะเป็นตัวเลข
                   5,10,15,30,40,50 ดังตัวอย่างเช่น

       5W : หมายถึง ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องในอุณหภูมิที่ติดลบหรืออุณหภูมิที่เย็นจัด
                                     ซึ่งน้ำมันเครื่องตัวนี้มีค่าความหนืดอยู่ในเกรดที่ 5
       40  : หมายถึง ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องในอุณหภูมิ 100 องศา
                          ซึ่งน้ำมันเครื่องตัวนี้มีค่าความหนืดอยู่ในเกรดที่ 40

    อ้างอิงที่มาจาก : http://car.boxzaracing.com/knowledge/2885

    และในวันนี้มีน้ำมันเครื่องตัวนึงที่ใช้แล้วและอยากแนะนำ คือ
    น้ำมันเครื่องเบนซินสังเคราะห์งดงดฟลูลี่ ซินเธติก SAE 5W-30
    เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์และผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานคุณภาพสูง
    ผสมสารเพิ่มคุณภาพที่มีคุณสมบัติพิเศษในการปรับสภาพเสียดทาน
    เพื่อการปกป้องที่สูงกว่า เหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน
    และ เครื่องยนต์แก๊ส (NGV/LPG) ทุกชนิด
    สามารถหาซื้อได้ที่ http://www.yukonlubricants.com/
    พร้อมรับ Free Gift Vocher Central มูลค่า 500 บาท
    ของดีๆแบบนี้ ใช้ดีต้องมาบอกต่อกันจ้า


     


    ซองหนัง รีโมทรถ

    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments