0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • Topic Author
  • *

      SURASI.39

    • *
    • 51
    • สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว...ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ
      • ดูรายละเอียด
    • Attrage Zone : โซนภาคตะวันตก
    • ฉายา ชื่อเล่น : จ่ายุทธ ณ เมืองกาญจน์
    • รุ่นรถ : Attrage GLX CVT
    • สมาชิก ATC no : 0188
    • สีรถ : สีขาวมุก - White Pearl
  • Publish
  • การขับขี่แบบสุภาพและปลอดภัย
    บนท้องถนนทุกวันนี้คลาคล่ำไปด้วยรถมากมายทุกประเภทหลายล้านคัน
    คนขับเองก็มาจากร้อยพ่อ-พันแม่ พฤติกรรมในการขับรถบนท้องถนนจึงแตกต่างกัน
    ขึ้นอยู่กับที่ใครได้รับการปลูกฝังมาอย่างไร ใครควบคุมสติ-อารมณ์ได้ดีแค่ใหน
    การใช้ถนนร่วมกัน นอกจากกฎหมายราชการแล้ว ยังควรมีมารยาทและความเอื้ออาทร   ต่อกัน เพื่อให้มีทั้งความราบรื่นและความปลอดภัยในการเดินทาง ผู้ขับรถยนต์ไทยกับมารยาท   ในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันยังมีไม่มากนัก หากไม่หันมาสนใจและรณรงค์ร่วมกัน การรักษามารยาทก็คงจะถดถอยลงเรื่อยๆ มารยาทและวิธีปฏิบัติต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่รวบรวมขึ้น    ซึ่งอาจมีอีกหลากหลายแนวทาง ถ้าเห็นว่าสมควรก็นำไปปฏิบัติได้

    1. ขั บ ค ร่ อ ม เ ล น
    คนพวกนี้ช่างไม่เคยตัดสินใจอะไรในชีวิตได้เลยจริงๆ  ขนาดถนนมีตั้งหลายเลนยังเลือก  ไม่ได้พี่แกเล่นขับคร่อมเลนไว้ตลอด คนอื่นจะแซงก็ทำไม่ได้ แถมส่งสัญญาณให้ก็ไม่สนใจเสียอีกยังงัยก็เลือกสักเลนนะครับ อย่าคร่อมอยู่ เดี่ยวชิ้นส่วนจะกระจายไปทุกเลน.......

    2. แ ซ ง ป า ด ห น้ า
    ตอนแซงรถคันหน้า ไม่ควรรีบเข้าเลนเดิมเร็วเกินไปจนเกิดลักษณะปาดหน้าคันอื่น
    ยิ่งถ้าแซงปาดหน้าด้วยความเร็วต่ำ เบรคหรือชลอรถกะทันหัน จะเกิดอุบัติเหตุได้
    บางคนอ้างว่า.... ก็ข้างหน้ามีพื้นที่น้อยนี่ !!!!      >>> ก็แล้วทำไมไม่รอให้มันโล่งก่อนแซงล่ะ!!! สุดท้ายก็มีการลงมาปาดคอกันซะ........
    อย่าลืมนะครับ แซงแล้วกลับเข้าเลนเดิมแบบเผื่อที่ให้ชาวบ้านเขาได้หายใจด้วยแล้วกัน

    3. เ ลี้ ย ว ใ ห้ อ ยู่ ใ น เ ล น
    อาจใช้ทักษะหน่อยสำหรับการเลี้ยวหรือกลับรถให้อยู่ในเลนเดียว รถบางรุ่นอาจต้องเปลี่ยนอัตราทดของแร็คพวงมาลัยใหม่ แต่มันควรกระทำอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้รถในเมือง เพราะการเลี้ยวคร่อมเลน( บางคนเลี้ยวทีละสามเลน ) ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด และรถเลนสามอาจชนคุณได้

    4. ขั บ ขี่ จ อ ด ทั บ เ ส้ น ท ะ แ ย ง
    เส้นเหล่านี้จะขีดไขว้เป็นตารางในช่วงทางร่วม , ทางแยก หรือทางเลี้ยวเข้าซอย
    กฎหมายระบุไม่ให้จอดทับ เพื่อจะให้รถที่ต้องการจะเลี้ยว ทำได้อย่างสะดวก เป็นการอำนวยการจราจรอย่างหนึ่งหลายคนไม่สนใจ , หลายคนไม่ใส่ใจ เมื่อรถข้างหน้าติด...... ก็เดินหน้าไปจ่อตูดไว้อย่างเดียว กลัวไม่ได้ไปกีดขวางทางเลี้ยวจนชาวบ้านเขาเข้าซอยไม่ได้ เมื่อต่างคนต่างดื้อ ก็เกิดการติดล๊อคแบบวงแหวนขึ้นสุดท้าย ก็เสียเวลาด้วยกันทั้งหมด

    5. ข้ า ม สี่ แ ย ก - ต ร ง ไ ป ไ ม่ ค ว ร เ ปิ ด ไ ฟ ฉุ ก เ ฉิ น
    การข้ามสี่แยกแล้วต้องการตรงไป พร้อมกับเปิดไฟฉุกเฉินกะพริบสี่มุม เป็นวิธีที่ผิด ! และอันตราย !!!
    แต่ใช้กันแพร่หลายอยู่ไม่น้อย เหตุผลที่ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินในกรณีนี้ เพราะผู้ขับรถยนต์ที่มาด้านซ้าย-ขวา จะเห็นไฟกะพริบด้านหน้าเพียงมุมเดียว เสมือนเป็นการเปิดไฟเลี้ยว โดยไม่ทราบเลยว่าเป็นการเปิดไฟฉุกเฉินกะพริบพร้อมกันสี่มุมซ้าย-ขวา ลองนึกภาพแล้วจะพบว่า ไฟเลี้ยวด้านหน้า แม้จะกะพริบพร้อมกันซ้าย-ขวา แต่ผู้ขับรถยนต์คันที่มาด้านข้างในแต่ละด้านจะเห็นไฟกะพริบเพียงมุมเดียว โดยเฉพาะผู้ที่มาจากด้านซ้าย จะไม่ชะลอความเร็วลงหรือไม่ให้ทาง ด้วยคิดว่ารถยนต์คันที่เปิดไฟฉุกเฉินจะเลี้ยวซ้าย เพราะไม่เกี่ยว
    กับเขาเลย นอกจากนั้นในมุมอื่น หากมีรถยนต์บางคันบังรถยนต์คันที่เปิดไฟฉุกเฉิน ผู้ขับรถยนต์คันอื่นๆ อาจเข้าใจผิดว่าคิดเป็นการเปิดไฟเลี้ยวเฉพาะมุมที่เขาเห็น ในกฎหมายจราจรไม่มีการระบุไว้ว่า ต้องเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อต้องการข้ามสี่แยกแล้วตรงไป วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัย คือ เบรกชะลอความเร็วลงมองซ้าย-ขวา เมื่อเส้นทางว่างพอ ก็ตรงไปด้วยความเร็วที่เหมาะสม โดยไม่ต้องเปิดสัญญาณไฟใดๆ ใช้สมาธิและเวลามองรถยนต์คันอื่น ปลอดภัยกว่าเสียสมาธิและเวลาเปิด-ปิดสวิตช์ไฟฉุกเฉิน

    6. ฝ น ต ก ห นั ก ไ ม่ ค ว ร เ ปิ ด ไ ฟ ฉุ ก เ ฉิ น
    นับเป็นความหวังดี แต่อาจให้ผลร้าย ที่เกรงว่าผู้ร่วมทางจะไม่สามารถมองเห็นรถยนต์ของตนเมื่อฝนตกหนักในความเป็นจริง ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน เพราะจะแยงสายตา และหากมีรถยนต์บางคันบังรถยนต์คันที่เปิดไฟฉุกเฉินผู้ขับรถยนต์คันอื่นๆ อาจเข้าใจผิดว่าเป็นการเปิดไฟเลี้ยวเฉพาะมุมที่เขาเห็น รวมถึงการเปลี่ยนเลนโดยไม่ปิดไฟฉุกเฉินก่อน เพราะจะไม่มีไฟเลี้ยวให้ใช้บอกเตือนตามปกติ เมื่อฝนตกหนัก วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัย คือชะลอความเร็วลง ชิดเลนซ้าย-กลาง และเปิดไฟหน้าแบบต่ำหรือถ้ามีไฟตัดหมอกหลังสีแดงเพิ่มอีก 2 ดวง ก็ควรเปิดด้วย แล้วขับด้วยความระมัดระวัง ไฟฉุกเฉินมีไว้ใช้เมื่อฉุกเฉินจริงๆ เช่น รถยนต์จอดเสียหรือเกิดอุบัติเหตุบนผิวจราจร , รถยนต์ถูกลาก ( ถ้ามีโอกาส ทำป้ายหรือเขียนกระดาษแปะด้านท้ายว่า -รถลากจูง - จะช่วยให้ปลอดภัยขึ้น ) ในกรณีที่เปิดไฟฉุกเฉินในรถยนต์ถูกลาก ควรชิดเลนซ้าย และถ้าต้องการเปลี่ยนเลน
    ควรปิดไฟฉุกเฉินแล้วเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าพอสมควร

    7. ส ป อ ต ไ ล ต์ / ไ ฟ ตั ด ห ม อ ก เ ปิ ด เ มื่ อ จ ำ เ ป็ น
    มีทั้งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานและติดตั้งเพิ่มเอง ตำแหน่งอยู่ตรงด้านล่างของกันชนหน้า 2 ดวง รถยนต์บางรุ่นออกแบบให้ใช้เป็นไฟตัดหมอก ซึ่งก็ควรใช้เมื่อมีหมอกตามชื่อเรียกมีการใช้สปอตไลต์/ไฟตัดหมอกที่ผิดมารยาทสร้างความรำคาญ และเริ่มแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ จนอาจลดความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมทาง คือเปิดใช้ในขณะที่เส้นทางไม่มืดมากซึ่งไม่จำเป็น แสงสว่างที่แรงนั้นแยงสายตาทั้งผู้ขับรถยนต์คันที่สวนมาและคันนำหน้า ในเส้นทางปกติไม่ควรเปิดใช้งานเพราะสว่างอยู่คนเดียว แต่ทำให้คนอื่นตาพร่ามัว คล้ายหรือแย่กว่าการเปิดไฟสูงสาดไปทั่วนั่นเอง บางรายเปิดเพียงไฟหรี่แล้วเปิดสปอตไลต์เพิ่มความสว่าง นับเป็นการรบกวนสายตาของเพื่อนร่วมทางอย่างมาก ก็ไม่ทราบว่าทำเพื่ออะไร !
    สาเหตุที่หลายคนเปิดสปอตไลต์หรือไฟตัดหมอกด้านหน้า โดยไม่เกรงใจผู้ขับรถยนต์คันนำ หรือคันที่สวนทางมาเพราะคิดไปเองแต่เพียงว่า ตำแหน่งของสปอตไลต์อยู่ต่ำ ไม่น่าแยงตาเหมือนการเปิดไฟสูง ในความเป็นจริงไฟส่องสว่างที่ติดตั้งอยู่ต่ำก็อาจแยงตาได้ ถ้ามีแสงแรงและมีการกระจายแสงมากๆ สปอตไลต์ส่วนใหญ่มีแสงแรงและมีการกระจายแสงมากจนแยงตาแบบประกายแฉก ถ้าอยากเปิดใช้จริงๆ ควรเปิดแล้วออกไปมองว่าจะแยงตาผู้อื่นหรือไม่ หากมันสูงมาก ก็ปรับตั้งให้เหมาะสมก่อนจะใช้งาน หากไม่แน่ใจ ก็ไม่ควรเอาเปรียบผู้อื่นด้วยการเปิดสปอตไลต์โดยไม่จำเป็นควรเปิดเมื่อมืดจริงๆ และแน่ใจว่าไม่รบกวนผู้อื่นสำหรับคำถามที่ว่า แล้วผู้ผลิตรถยนต์ติดตั้งสปอตไลต์มาเพื่ออะไรแล้วจะได้ใช้เมื่อไรเพราะกลัวไม่คุ้มค่า ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายระบุในคู่มือประจำรถว่า สปอตไลต์ควรเปิดเมื่อจำเป็นและไม่รบกวนคนอื่นหรือควรเปิดเมื่อหมอกลง และไม่ควรเปิดใช้ต่อเนื่องนานๆ เพราะจะร้อนเกินไปจนจานฉายเสื่อมได้ง่าย การเปิดสปอตไลต์ต่อเนื่องจนร้อน
    เมื่อต้องลุยน้ำกะทันหัน กระจกด้านหน้าของสปอตไลต์อาจแตกร้าวได้ การติดตั้งสปอตไลต์เพิ่มเติมเองผิดกฎหมาย
    หากติดตั้งในระดับเดียว / หรือสูงกว่าไฟหน้า ไม่ว่าจะมีการเปิดใช้และไม่ได้เปิดก็ตาม
    จะไม่ผิดกฎหมายก็ต่อเมื่อมีฝาครอบปิด และไม่ได้เปิดใช้บนเส้นทางที่สภาพทัศนวิสัยปกติ

    8. ถ้ า มี ไ ฟ ตั ด ห ม อ ก ห ลั ง ค ว ร เ ปิ ด เ มื่ อ ห ม อ ก ล ง ห รื อ ฝ น ต ก ห นั ก เ ท่ า นั้ นรถยนต์บางรุ่นมีสวิตช์พิเศษสำหรับไฟตัดหมอกด้านหลัง คือ ไฟท้ายสีแดงเพิ่มขึ้นอีกข้างละดวง และมีความสว่างมากกว่าไฟท้ายปกติมาก เพื่อใช้เตือนผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมาเมื่อหมอกลง ฝนหรือหิมะตกหนักหากเปิดใช้ไฟตัดหมอกหลังสีแดงที่แสนสว่างในยามทัศนวิสัยปกติ แสงสว่างที่เพิ่มขึ้นมาจะแยงตาผู้ร่วมทางมากจึงไม่ควรเปิดใช้ในการใช้รถใช้ถนนปกติ และไม่ควรหลงลืมเปิดโดยไม่จำเป็น

    9. ก ะ พ ริ บ ไ ฟ สู ง ข อ ท า ง ห รื อ เ ตื อ น
    คนไทยมักใช้เพื่อเตือนไม่ให้รถยนต์ทางโทตัดเข้ามาหาทางเอกหรือทางตรง ทั้งที่ในบางประเทศใช้การกะพริบไฟสูงใช้เมื่อต้องการให้ทาง เพราะแสดงว่าเห็นแล้วและให้ทางไปได้ ในขณะที่คนไทยใช้เพื่อบอกว่า เห็นแล้วว่าคุณกำลังจะตัดทางเข้ามาแต่ผมไม่ให้เข้ามา......  กรณีนี้กฎหมายไทยไม่มีกำหนดว่าให้ใช้การกะพริบไฟสูงเพื่อจุดประสงค์ใด อาจเป็นเพราะไม่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นสากลได้ จึงยังคงใช้กันในสไตล์คนไทย แต่ก็มีผู้ที่ใช้เพื่อต้องการให้ทางซึ่งน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะต้องเห็นก่อนจึงจะสามารถกะพริบไฟบอกได้ ดังนั้นการกระพริบไฟด้วยความหมายที่ต่างกันอาจจะส่งผลให้ทั้งคู่ได้นอนในที่ๆข้างๆ มีไฟกระพริบระยิบระยับก็ได้.....

    ดีที่สุดคือให้ทางและเอื้อเฟื้อเส้นทางให้คนอื่นซะบ้าง เจอทางโล่งแล้วค่อยทำเวลาชดเชยได้นะ......

    10. จ อ ด ใ น พื้ น ที่ ห้ า ม จ อ ด แ ล้ ว เ ปิ ด ไ ฟ ฉุ ก เ ฉิ น
    นับเป็นการเอาเปรียบสังคมอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการจอดชั่วคราวก็ตาม เพราะการเปิดไฟฉุกเฉิน แม้จะแสดงว่าจอด
    แต่ถ้าไม่ใช่เวลาและพื้นที่ๆอนุญาตให้จอดก็ไม่ควรปฏิบัติ การเปิดไฟฉุกเฉินจอดในพื้นที่ห้ามจอดนอกจากเป็นจุดเด่นให้เป็นที่หมั่นไส้แล้ว ยังทำให้การจราจรติดขัดและไม่สามารถป้องกันการออกใบสั่งได้

    11. เ ป ลี่ ย น เ ล น - แ ซ ง - ขึ้ น ท า ง ต ร ง แ ล้ ว ค ว ร เ ร่ ง ค ว า ม เ ร็ ว เ พิ่ ม
    การจะขึ้นทางตรงจากซอยหรือทางโท รวมถึงการเปลี่ยนเลน ควรกระทำเมื่อเส้นทางว่างพอ เมื่อเข้าเลนที่ต้องการได้แล้วบางคนขับช้ามากไม่สนใจมารยาทต่อผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมา เพราะคิดแต่เพียงว่า ถ้าถูกชนด้านท้ายแล้วจะไม่ผิดเนื่องจากเข้าสู่เส้นทางได้เต็มคันแล้ว โดยมารยาท เมื่อเข้าสู่เส้นทางได้เต็มคันแล้ว ควรเร่งความเร็วเพิ่มไล่รถคันหน้า
    ในระยะที่เหมาะสมให้เร็วที่สุด โดยไม่ต้องสนใจว่ารถยนต์คันหลังห่างแค่ไหน เพื่อผู้ขับรถคันหลังจะได้ไม่ต้องเบรกจนตัวโก่งและไม่เสี่ยงต่อการเสียโฉมของบั้นท้ายรถยนต์ของตนด้วย กันชนAMG ยิ่งต้องระวัง....... มันเริ่มหายากแล้วนา

    12. ก า ร เ บ ร ก ต้ อ ง ส น ใ จ ร ถ ย น ต์ ที่ ต า ม ม า ด้ ว ย
    ไม่ใช่เฉพาะเป็นการรักษามารยาท แต่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยของตนเองด้วยการเบรก ดูเหมือนผู้ขับส่วนใหญ่จะมองแต่เพียงเป็นการลดความเร็วเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า โดยไม่ค่อยสนใจมารยาทและความปลอดภัยของรถคันที่ตามมาถ้ามีโอกาสและเวลาพอ ก่อนการเบรกควรเหลือบ มองกระจกมองหลัง เพื่อจะได้ตัดสินใจเบรกด้วยน้ำหนักและจังหวะที่เหมาะสมเพื่อมารยาท ผู้ขับรถยนต์คันหลัง ไม่ต้องเบรกจนตัวโก่ง และไม่เสี่ยงต่อการเสียโฉมของบั้นท้ายรถยนต์ของตนนอกจากนั้น การแตะเบรกโดยไม่จำเป็นก็ถือว่าเสียมารยาทบ้างเล็กน้อย เพราะไฟเบรกจะสว่าง ทำให้ผู้ขับรถยนต์คันตามมาชะงักแต่ก็อย่ากังวลมากจนแตะเบรกช้าเพราะอาจเป็นอันตราย การเบรกมิใช่ต้องสนใจแต่เพียงด้านหน้าเท่านั้น ด้านหลังก็ต้องสนใจด้วย

    แต่ไม่ใช่ขับไปเบรคไป ทั้งที่ข้างหน้ามันก็โล่งและห่างจากรถคันหน้านับร้อยเมตร สงสัยว่าที่บ้านจะผลิตผ้าเบรคเอง.....

    13. ก้ ม ศี ร ษ ะ ข อ บ คุ ณ........  ลื ม ไ ป แ ล้ ว ห รื อ ?
    ผู้ขับขี่บางคนมีการก้มหัวขอบคุณเมื่อได้รับการให้ทาง แต่ในระยะหลังมานี้เริ่มมีการหลงลืมไปบ้างโดยอาจเป็นเพราะการรักษาศักดิ์ศรีแบบแปลกๆ เช่น ผู้ขับรถยนต์หรูราคาแพง มักไม่ยอมขอบคุณผู้ขับรถยนต์ราคาถูกที่ให้ทาง หรือผู้ชายมักไม่ยอมขอบคุณผู้หญิงฯลฯ น่าชื่นชมมาก เมื่อมีผู้ให้ทาง หากกลัวจะเสียศักดิ์ศรีแบบแปลกๆไม่อยากก้มศีรษะให้ ก็สามารถใช้วิธียกแขน พร้อมแบฝ่ามือครบทั้ง 5 นิ้ว ( เน้นครบ 5 นิ้วนะครับ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด )ซึ่งยังดีกว่าการเพิกเฉย การขอบคุณในสิ่งที่สมควร ไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด

    14. ฝ่ า ฝื น สั ญ ญ า ณ ไ ฟ
    ไ ฟ เ ขี ย ว - ควรออกตัวโดยไม่ชักช้า เพราะช่วงเวลาที่ให้สัญญาณไฟเขียวนั้นมีจำกัด แถมมีคนต่อท้ายขบวนอีกยาวหลายคนมีการทานอาหาร , คุยโทรศัพท์ , แต่งหน้าทาปาก หรือล้วงหาอะไรบางอย่างซะเพลิน จนไม่มองไฟสัญญาณและที่ร้ายกว่านั้น ผมเคยเจอคงประเภทเที่ยวดึกแล้วตื่นเช้าไปทำงาน เมื่อติดไฟแดงนานๆก็งีบหลับ พอไฟเขียว
    ข้างหลังก็บีบแตรแต่พี่แกยังจอดเฉย ลงไปดูและเคาะกระจกจึงรีบตาเหลือกขับออกไป....... เลยไม่ได้ถามว่าฝันเห็นเลขอะไรดีนะที่จราจรไม่อยู่ ไม่งั้นจะเจอข้อหา... ขับขี่กีดขวางและฝ่าฝืนสัญญาณไฟเขียว ( เคยเจอกันบ้างมั้ย )
    ไ ฟ เ ห ลื อ ง - ตามหลักการที่ถูกต้องอันเป็นสากล แต่ไม่ค่อยมีการปฏิบัติ คือต้องเบรกและจอดเมื่อเห็นไฟเหลืองผู้ขับรถยนต์ไทยส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่เมื่อเห็นไฟเหลือง คือ ไฟเตือนให้เร่งหนีการติดไฟแดง ซึ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะการที่ไฟเหลืองสว่างขึ้นก่อนจังหวะไฟแดง ตามหลักการจริงเป็นการเตือนเพื่อให้ผู้ขับชะลอความเร็วและจอด แต่สภาพการจราจรในกรุงเทพมีรถมาก ทำให้ทุกคนต้องการไปให้เร็วที่สุด เมื่อเห็นไฟเหลือง คือไฟเตือนให้เร่งหนีการติดไฟแดงและยากที่จะให้ชะลอความเร็วลงและเบรกเมื่อเห็นไฟเหลืองสว่างขึ้นก่อนจังหวะไฟแดง ถ้าเห็นไฟเหลืองแล้วเบรกเพื่อจอดก็นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยจากการถูกชนท้าย เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อเห็นไฟเหลืองจะเร่งหนีการติดไฟแดงหากต้องการฝืนสังคม (ทั้งที่ไม่ผิด) ควรเหลือบมองกระจกมองหลัง เพื่อจะได้ตัดสินใจกดแป้นเบรกด้วยน้ำหนักและจังหวะที่เหมาะสมการไม่ชลอแล้วจอดเมื่อเห็นไฟเหลือง อาจทำให้ท่านมีโอกาสโดนมอเตอร์ไซด์เสียบคากันชนได้ เพราะพวกมักรีบออกตัวก่อนไฟเขียวอีก
    สรุป... ต้องระวังทั้งสองทาง จอดก่อนอาจโดนชนท้าย , เร่งส่ง อาจโดนสวนด้วยมอเตอร์ไซด์........
    ไ ฟ แ ด ง - ต้องจอดทันที แต่หลายคนยังฝ่าฝืนอยู่ซึ่งอันตรายมาก นอกจากจะเป็นฝ่ายผิดและมีโทษหนักแล้ว
    หากผ่านมาได้ ท่านอาจจะเจอมนุษย์หัวปิงปองกระโดดออกมาจากหลังพุ่มไม้แล้วขวางหน้าให้ตกใจเล่น ซะงั้น

    15. ไ ฟ เ ลี้ ย ว ต้ อ ง เ ปิ ด - ปิ ด อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม
    นับเป็นเรื่องพื้นฐานที่ถูกมองข้าม การเปิดไฟเลี้ยวเป็นเรื่องจำเป็น กฎหมายกำหนดให้มีการเตือนผู้ร่วมทางล่วงหน้าตามระยะที่เหมาะสม ควรเปิดไฟเลี้ยวก่อนเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวล่วงหน้าพอสมควร และไม่ควรเปิดค้างลืมทิ้งไว้

    การเลี้ยวแบบไม่เปิดไฟ หรือเปิดไฟพร้อมกับหันเลี้ยวเลย เป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิตได้
    แต่ก็ยังมีคนที่ทำแบบนี้อยู่...... สงสัยว่าจะเบื่อโลกนี้ซะแล้ว

    16. ชิ ด ซ้ า ย เ ส ม อ
    บนถนนหลายเลนมักมีการเตือนว่า -ขับช้า ชิดซ้าย-  ซึ่งถ้าจะแซงก็ให้แซงทางเลนขวา
    บางคนขับอยู่เลนขวาตลอด โดยคิดว่าความเร็วที่ใช้ในขณะนั้นถือว่าเร็วแล้ว ซึ่งอาจเป็นเพราะกฎหมายไทยกำหนดให้ใช้ความเร็วสูงสุด 80-120 กม./ชม. เมื่อใช้ความเร็วเกินขึ้นไปแล้ว ก็มักคิดไปเองว่าเร็วพออยู่แล้วสามารถแล่นชิดขวาได้ วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง รักษามารยาท และปลอดภัยในการใช้เลนขวา คือ -แซงแล้วชิดซ้ายหรือวิ่งเร็วอยู่ด้านขวา แต่หากมีรถที่เร็วกว่าเข้ามาจ่อท้ายก็ต้องหลบให้เขาแซงไม่ว่าจะใช้ความเร็วสูงเท่าไรก็ตาม เร็วแล้วแต่ยังมีเร็วกว่าได้ ถึงจะผิดกฎหมายในการใช้ความเร็วสูง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ...

    แต่ก็ยังดีกว่าคนอีกประเภท ที่ขับช้าเป็นเต่าคลานแต่วิ่งเลนขวาสุด
    แถมติดพฤติกรรมน่ารังเกียจประเภทไม่รู้ร้อนรู้หนาว.............
    ใครจะกระพริบไฟ + บีบแตร ก็ไม่สนใจ ทำยังกับว่าในรถไม่มีกระจกมองหลังซะงั้น

    17. รูดมาจากซ้ายหรือขวา
    โดยสภาพของถนนในเมืองไทย มีหลายจุดที่เป็นคอขวดอยู่ หากทุกคนวิ่งอยู่ในเลนของตัวเองก็จะเคลื่อนตัวตามกันไปได้แต่เมื่อข้างหน้าติด พวกหลังมักจะรูดแซงซ้ายหรือขวาขึ้นมา เมื่อเจอจุดที่เป็นคอขวดก็แทรกชาวบ้านเข้าไปหากเจอกับคนที่เห็นแก่ตัวเหมือนกัน และไม่ยอมให้เข้าก็เกิดการชนขึ้น แถมชนเสร็จก็มีการรอตำรวจ - ประกันภัยมาเคลียร์
    เจอคอขวดก็ช้าอยู่แล้ว ..... มาเจอพวกชนคากันอยู่อีก ไม่ต้องไปใหนกันพอดี
    สภาพแบบนี้ พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ทุกคนต่างเร่งรีบจะไปให้ถึงจุดหมายโดยเร็วสุดท้ายก็ได้ไปกับ รถด่วนพิเศษ ( ตู้นอนVIP )
     :Onion-s-151: :Onion-s-148: :Onion-s-148:


     


    club attrage

    Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 

    Facebook Comments